เขียนโดย: Surasak

เมื่อ: 12 กรกฏาคม 2567 - 16:41

2024 Yamaha MT-09 Standard และ SP: ลองขับ ลองอัด พร้อมทำความรู้จักว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง

      2024 Yamaha MT09 รถไฮเปอร์เนกเกตรุ่นใหม่ กับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ปรับเปลี่ยนการออกแบบใหม่ในบางจุด ทำให้พูดได้ว่าภาพรวมของรถคือ รถขับดีขึ้น ขับสนุกขึ้น ซึ่ง Yamaha ได้ตั้งโจทย์ในการพัฒนาไว้ว่า รถต้องตอบสนองการขับขี่ได้ดี คุณภาพของรถต้องดี และรถต้องใช้งานง่าย

 

 

      ถ้าให้นับเจเนอเรชั่นของ MT09 โฉมปี 2024 เป็นรุ่นที่ 4 แล้ว โดย Yamaha เริ่มจำหน่ายรุ่นแรกมาตั้งแต่ 2014 เรียกว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ยืนยันได้ว่ามีการพัฒนารถอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในโฉมใหม่ล่าสุดมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง..

 

 

      เริ่มต้นที่การตอบสนองของรถกันก่อน เพราะเครื่องยนต์ยังคงเป็น Crossplane (CP3) ขนาด 899. แบบสามสูบเรียงเหมือนเดิม เน้นกำลังแรงบิดมหาศาล โดยอยู่ที่ 93 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที ส่วนแรงม้าอยู่ที่ 122 ตัว ซึ่งเครื่องยนต์มีการพัฒนาให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5 เพียงเท่านั้น

 

เครื่องยนต์ Crossplane

 

      ทั้งนี้ MT09 จะมีอุปกรณ์อย่าง Quick Shifter เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มีให้ใช้งานทั้งรุ่น Standard และ SP โดยเทคโนโลยี Quick Shifter ก็ถูกพัฒนาถึงเจเนอเรชั่นที่ 3 แล้วอีกด้วย ซึ่งระบบจะทำงานที่ประมาณความเร็ว 50 กม./ชม. ขึ้นไป รองรับทั้งเตะขึ้นและเตะลง

 

      ถ้าเตะขึ้นใช้รอบเครื่อง 2,000 รอบขึ้นไป หากเตะลงใช้รอบเครื่อง 1,600 รอบเท่านั้น จุดนี้เรียกว่า Quick Shifter ของ MT09 ใช้รอบเครื่องต่ำมากในการทำงาน

 

Quick Shifter เจเนอเรชั่นที่ 3

 

      ในส่วนระบบกันสะเทือนของ MT09 ก็จะมีความแตกต่างกัน โดยรุ่น Standard โช้คหน้าเป็น Upside Down ของ KYB ขนาดแกน 41 มม. ซึ่งมีการเปลี่ยนค่าสปริงใหม่ให้รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ในส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นโช้คเดียวที่เปลี่ยนค่าสปริงใหม่ ซึ่งทั้งโช้คหน้าและหลังสามารถปรับเซ็ทค่าโช้คได้

 

รุ่น Standard

 

รุ่น SP

 

      สำหรับระบบกันสะเทือนของรุ่น SP เรียกว่าให้ของดีมาใช้งาน โดยโช้คหน้าเป็น KYB เกรดพรีเมียม กระบอกโช้คสีทองแตกต่างกับรุ่น Standard แบบชัดเจน ที่สำคัญคือเรื่องการปรับเซ็ทค่าโช้ค เพราะสามารถปรับแยกได้ทั้งซ้ายและขวา สามารถปรับได้ละเอียดมากกว่า

 

      เช่นเดียวกับโช้คหลังของรุ่น SP ก็ให้เป็น Ohlins สีทองโดดเด่น รองรับการปรับเซ็ทได้ทั้ง Preload, Rebound และ Compression

 

รุ่น SP

 

      สำหรับระบบเบรกก็จะมีความแตกต่างกันทั้งสองรุ่น โดยรุ่น Standard คาลิเปอร์เบรกเป็นตราดาว 4 ลูกสูบ จับคู่กับจานเบรกขนาด 298 มม. ส่วนคาลิเปอร์หลังเป็นของ Nissin 2 ลูกสูบ จับคู่กับจานเบรกขนาด 245 มม.

 

รุ่น Standard

 

      ในส่วนของรุ่น SP คาลิเปอร์เบรกหน้าจะเปลี่ยนเป็น Brembo Stylema แต่คาลิเปอร์เบรกหลังจะเป็นของ Nissin อยู่เหมือนเดิม

 

Brembo Stylema ในรุ่น SP

 

      นอกจากนี้ในส่วนปั๊มบนจะเป็น Brembo เบอร์ 16 แบบกระปุกลอย ซึ่งสามารถปรับระยะก้านได้ โดยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานได้ทั้งรุ่น Standard และรุ่น SP

 

 

      ล้อแม็กดีไซน์แบบ 10 ก้าน โดยล้อหน้ามาในขนาด 120/70 ขนาดล้อ 17 นิ้ว ส่วนล้อหลังมาในขนาด 180/55 ขนาดล้อ 17 นิ้วเช่นกัน ซึ่งไฮไลท์สำหรับของ MT09 รุ่นปี 2024 คือการให้ยาง Bridgestone Battlax S23 เป็นยางติดรถมาจากโรงงาน

 

 

      สำหรับยางรุ่นนี้ Battlax S23 เรียกได้ว่าเป็นยางรุ่นท็อปของทาง Bridgestone และเป็นยางรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอีกด้วย

 

Bridgestone Battlax S23

 

       ทั้งนี้ในแง่ของดีไซน์การออกแบบของ 2024 Yamaha MT09 เรียกว่ามีการปรับดีไซน์ใหม่ในหลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นแฟริ่งหน้าใหม่ ปรับดีไซน์ของโคมไฟใหม่หน้าใหม่ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ รวมไปถึงปรับดีไซน์เบาะนั่งใหม่ด้วย

 

      สำหรับชุดแฟริ่งหน้าของรถ เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีการปรับดีไซน์ไฟหน้าใหม่ โดยทั้งไฟสูงและไฟต่ำแบบ LED จะอยู่ในโคมเดียวกัน โดยจะมีไฟ Daylight อยู่ตรงบริเวณด้านล่างของชุดแฟริ่ง

 

ปีก (Wing) ที่เพิ่มเข้ามา

 

      ทั้งนี้ที่แฟริ่งด้านหน้าจะมีปีก (Wing) เพิ่มเข้ามา โดยเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ปีกจะช่วยเพิ่มแรงกดที่ช่วงด้านหน้ารถมอเตอร์ไซค์ ลดอาการแฮนด์ส่าย ทำให้รถนิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

       ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของ MT09 ปี 2024 มีการปรับดีไซน์ใหม่ ความจุยัง 14 ลิตรเท่าเดิม ตัวถังน้ำมันทำจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปแบบชิ้นเดียว โดยมีการปรับดีไซน์ให้ความสูงของถังน้ำมันต่ำลงกว่าเดิมประมาณ 30 มม. และปรับความกว้างของถังให้กว้างขึ้นกว่าเดิมประมาณ 60 มม.

 

ถังน้ำมันมีความคมของขอบถังอย่างชัดเจน

 

       เบาะนั่งเป็นแบบสองตอน แยกผู้ขับขี่กับผู้ซ้อนออกจากกัน ซึ่งเบาะนั่งคนขับมีการปรับดีไซน์ใหม่ ตรงช่วงเบาะกับถังน้ำมันจะมีความเพรียวมากขึ้น ให้ผู้ขับขี่สามารถขยับตัวได้ง่ายขึ้นในการขับขี่

 

 

       นอกจากนี้องศาท่านั่งของผู้ขับขี่ก็มีการปรับเปลี่ยน เพราะตัวผู้ขับจะเอนไปทางด้านหน้ามากขึ้นกว่าเดิม ช่วยเพิ่มน้ำหนักแรงกดตรงบริเวณช่วงหน้ารถ 

 

      สำหรับมุมเลี้ยวก็มีความเปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะรุ่นเก่าทำมุมเลี้ยวได้ที่ 28 องศา แต่ MT09 ปี 2024 ทำได้มากขึ้นเป็น 32 องศา ทำให้มีองศาเลี้ยวที่แคบขึ้นกว่าเดิม

 

 

      มุมแคสเตอร์ (Caster) ก็มีการปรับใหม่ให้มีความชันเพิ่มขึ้นกว่าเดิม จุดนี้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมการเลี้ยวได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเร็วต่ำหรือความเร็วสูงก็ตาม

 

      ทั้งนี้หน้าจอเรือนไมล์เป็นจอสี TFT ขนาดใหญ่ แสดงผลข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน สามารถปรับแต่งหน้าจอแสดงผลได้ 4 รูปแบบ รองรับการเชื่อมต่อมือถือสมาร์ทโฟน ควบคุมสั่งการผ่านสวิตช์แฮนด์ฝั่งซ้าย

 

หน้าจอสี TFT

 

สวิตช์แฮนด์

 

      สวิตช์แฮนด์ฝั่งซ้ายของ MT09 เรียกว่ามีปุ่มให้กดเยอะพอสมควร ส่วนฝั่งขวาจะมีแค่สวิตช์ Run off และโหมดการขับขี่เพียงเท่านั้น (SPORT, STREET, RAIN, CUSTOM และรุ่น SP จะมีโหมด TRACK เพิ่มให้ใช้งาน)

 

      ทีนี้ภายใน 2024 Yamaha MT09 มีเทคโนโลยี IMU 6 แกน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมการทำงานกับระบบอื่นๆ ของรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตรงจุดนี้ถ้าเป็นรุ่น Standard จะมาพร้อม 7 แพ็คเกจ ส่วนถ้ารุ่น SP จะเป็น 8 แพ็คเกจ

 

 

1. โหมดการขับขี่ (เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของคันเร่ง)

2. Traction Control System (TCS) สามารถปรับได้ 3 ระดับ

3. Slide Control System (SCS) ป้องกันอาการสไลด์ของล้อ

4. LIFt Control System (LIF) ป้องกันล้อหน้ายกสูงมากเกินไป ในช่วงการออกตัว

5. Brake Control (BC) สามารถเบรกในโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. Quick Shifter ฉลาดขึ้นกว่ารุ่นเดิม ต่อเกียร์มีความสมูธขึ้น

7. Back Slip Regulator (BSR) ทำงานร่วมกับสลิปเปอร์คลัตช์ ป้องกันล้อล็อกได้อย่างรวดเร็ว

 

      ทั้ง 7 แพ็คเกจที่กล่าวมา เรียกว่ามีให้ใช้งานเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถ ซึ่งในรุ่น SP จะมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีเพิ่มเข้ามาคือ Engine Brake Management (EBM)

 

 

      สุดท้ายคือ Engine Brake Management (EBM) จะทำให้คุณสามารถเลือกแรงดึงที่เกิดขึ้นได้ในเวลายกคันเร่งหรือเชนเกียร์ลง ซึ่งเลือกได้เลยว่าจะให้แรงดึงที่เกิดขึ้นมากหรือน้อย

 

       นอกจากนี้รถก็ยังมีเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อย่างเช่น ครูสคอนโทรล (Cruise Control) ระบบเบรก ABS ล้อหน้าและหลัง ไฟเบรกฉุกเฉินแจ้งเตือนคันหลัง รวมไปถึงกุญแจแบบสมาร์ทคีย์ในรุ่น SP เป็นต้น

 

ความรู้สึกได้ลองขับขี่

 

      ทั้งนี้ผมมีโอกาสได้ทดลองขับขี่ 2024 Yamaha MT09 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยมีโอกาสได้ลองทั้งรุ่น Standard และรุ่น SP ซึ่งสัมผัสได้ถึงความแตกต่างกันของโช้ค แต่ในส่วนระบบเบรกเรียกว่าไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน

 

รุ่น Standard

 

รุ่น SP

 

      MT09 ไม่ได้ดุดันหรือน่ากลัวอย่างที่คิด เรียกว่าเป็นรถที่ขับง่ายอีกรุ่นหนึ่ง ด้วยระบบเทคโนโลยีช่วยเหลือต่างๆ ที่ให้ใช้แบบจัดเต็ม ซึ่งรถมีน้ำหนักที่เบา พลิกง่าย โยนง่าย เรียกว่าคล่องตัวแบบสุดๆ

 

      เรื่องของความแตกต่างของโช้คของรุ่น SP จากที่ได้ลองในสนาม ให้ความรู้สึกที่นิ่งกว่า ควบคุมง่ายกว่ารุ่น Standard อยู่เล็กน้อย (ค่าโช้คจากโรงงาน ไม่มีการปรับอะไร)

 

 

      สำหรับระบบเบรกผมถือว่าไม่มีความแตกต่างกัน โดยรุ่น SP ที่ให้ Brembo Stylema ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าเบรกดีกว่า พิเศษว่ารุ่น Standard ที่เป็นคาลิเปอร์เบรกตราดาว แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า Brembo ทำให้รถดูหล่อกว่า

 

      ด้วยความที่ MT09 เป็นรถเนกเกต ที่ความเร็วมากกว่า 180-190 กม./ชม. หน้ารถจะมีการอาการส่ายให้ได้สัมผัสอยู่เล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถเนกเกตนั้นล่ะ จุดนี้หากใครกังวลไม่สบายใจ ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยกันสะบัด

 

 

      สำหรับ Quick Shifter ที่บอกว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 จากที่ได้สัมผัสใช้งาน เรียกว่ามีความสมูธเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเตะเกียร์ขึ้น เตะเกียร์ลงแบบรวดเร็ว จุดนี้ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ

 

      ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกที่ผมสัมผัสได้จาก 2024 Yamaha MT09 ในรูปแบบการขับขี่ในสนาม ซึ่งใครที่กำลังสนใจรถรุ่นนี้อยู่ ขอยืนยันคำเดิมว่า “สิบปากว่า ไม่เท่ากับได้ลองเอง” คุณสามารถไปสัมผัสขับขี่รถคันจริงได้แล้ววันนี้ที่ Yamaha Rider Club ทั่วประเทศ

 

 

ราคาจำหน่าย Yamaha MT09

  • รุ่น Standard: 447,000 บาท
  • รุ่น SP: 489,000 บาท
รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook