เขียนโดย: Pajingo

เมื่อ: 7 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:20

Ducati Superleggera V4 ที่สุดของที่สุด พาร์ทคาร์บอนเต็มคัน น้ำหนักเบาขั้นเทพ พละกำลังเหนือชั้น

 

            หลังจากที่ตามข่าวกันอย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุด...ทางค่ายสีแดงแห่งโบโลญญ่า ก็ได้ฤกษ์เผยโฉมขีดสุดแห่งเทคโนโลยีในโลกสองล้อ ด้วยซูปเปอร์ไบค์ที่มีน้ำหนักเบาขั้นสุด บวดตัวเลขสมรรถนะที่เร้าใจแบบสุดขั้น ภายใต้ชื่อ Project 1708 หรือ Ducati Superleggera V4 (ดูคาติ ซูเปอร์เลจจิล่า วีโฟร์) 

 

 

            หากจะบอกว่า การถือกำเนิดมาของ Ducati Superleggera V4 นั้น เป็นร่างจุติมอเตอร์ไซค์ระดับโปรดักชั่น ที่เทียบเคียงกับตัวแข่ง MotoGP ได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีก็คงจะไม่ผิด ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบเดียวกันมา ไม่ว่าจะเป็นขุมพลัง Desmosedici Stradale R แบบ Rotating Crankshaft ที่ช่วยสร้างบาลานซ์ในการขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยขุมพลังบล็อคนี้มาในพิกัด 998 ซีซี. แต่สามารถถ่ายทอดกำลังได้ถึง 234 แรงม้า ผสานความทนทานด้วยวัสดุภายในที่เลือกใช้แต่ชิ้นส่วนระดับเทพ ไม่ว่าจะเป็นไทเทเนียม รวมถึงแม็กนีเซียม เพื่อให้มีน้ำหนักที่เบา และแข็งแรงที่สุด โดยระบบส่งกำลังมาในแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด จับคู่กับชุดคลัทช์แห้ง อันเป็นเครื่องเคียงที่ทาง Ducati เลือกใช้กับรถในระดับท้อปคลาสเท่านั้น

 

 

            ในส่วนของภาพลักษณ์ของ Ducati Superleggera V4 ได้รับการปรับให้มีแอโร่ไดนามิคส์ขั้นสุด สิ่งที่เพิ่มเข้ามาอย่างชัดเจนเลยก็คือ ปีกด้านข้างที่ถอดแบบมาจากตัวแข่ง Desmosedici GP16 ที่ช่วยกดตัวรถให้เกาะถนน แม้ในยามที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งเมื่อขี่ที่ความเร็ว 270 กม./ชม. จะสามารถสร้างแรงกดได้ถึง 50 กก. (มากกว่า Panigale V4 และ V4 R 20 กก.) โดยอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของ Ducati Superleggera V4 ก็คือ การไดเอทน้ำหนักตัวถังให้เหลือเพียง 152 กก. (รวมของเหลว 173 กก.) เมื่อชั่งรถเปล่าๆ ด้วยการใช้ชิ้นส่วนที่ทำจากคาร์บอนตั้งแต่หัวจรดท้าย ไม่ว่าจะเป็นเมนเฟรม ซับเฟรม แฟริ่ง สวิงอาร์มแบบแบบแขนเดี่ยว (ยาวขึ้น 11 มม.เพื่อลดอาการหน้าลอย) รวมถึงล้อ จัดว่าเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง ที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อน ในมอเตอร์ไซค์ระดับโปรดักชั่น ซึ่งทุกขั้นตอนในการออกแบบ ล้วนแล้วแต่เป็นการทดสอบในอุโมงค์ลม ลดการปะทะของลมอย่างไม่จำเป็น เพื่อให้ได้เซ็ตติ้งที่ยอดเยี่ยม อันส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะในการขับขี่ในภาพรวม

 

 

             ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งให้ Ducati Superleggera V4 เป็นรถระดับโปรดักชั่นที่ยืนหนึ่งในวงการก็คือ องคืประกอบต่างๆ ที่เรียกได้ว่า จัดเต็มตั้งแต่หัวจรดท้าย ไม่ว่าจะเป็นชุดโช้กอัพที่ได้รับการพัฒนาในการแข่งขัน WSBK จาก Öhlins NPX 25/30 ในด้านหน้า และ Öhlins TTX36 ในด้านหลัง เช่นเดียวกับชุดเบรก Brembo Stylema R จับคู่จานขนาด 330 มม. และชุดปั๊มบน Brembo MCS 19.21 ที่มาพร้อมก้าน CNC เซาะร่อง เพื่อลดแรงลมปะทะ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีมากมายที่ Ducati ใส่เข้าไป เพื่อยกระดับการขับขี่ให้ไร้เทียมทานในวงการสองล้อระดับโปรดักชั่นไม่ว่าจะเป็น ระบบประมวลผล IMU แบบ 6 แกน Cornering ABS, Traction Control, Slide Control, Launch Control, Anti-Wheelie,  Quickshifter และ Engine Brake Control รวมถึงโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับได้อย่างละเอียดมากขึ้น ทั้ง Race A (กำลังเต็ม คันเร่งตอบสนองเร็ว มี ABS ให้ใช้แค่ที่ล้อหน้า ท้ายสไตล์ได้เต็มที่), Race B (กำลังสูง ลดแรงบิดใน 3 เกียร์แรก ABS ทำงานมากขึ้น มีระบบป้องกันการสไลด์ Cornering ABS ทำงาน), Sport (กำลังเต็ม แต่คันเร่งตอบสนองไม่เร็วเท่า Race A ทอนแรงบิดเพื่อให้ขี่ได้ในคอนดิชั่นที่หลากหลาย ขี่ง่ายขึ้น) และอีก 2 โหมด สำหรับการขับขี่ทั่วไป เพื่อความสมบูรณ์แบบทั้งการขี่บนถนนและในสนามแข่ง

 

 

              Ducati Superleggera V4 ความสุดแห่งวงการสองล้อ พร้อมปล่อยให้ครอบครองในจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน ทั่วโลก โดยค่าตัวของสปอร์ตไบค์ผู้นี้ถูกตั้งไว้ที่ 76,000 ปอนด์ ซึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับองค์ประกอบที่ได้รับ และเชื่อว่า ในอีกไม่นาน เราคงจะได้เห็น Ducati Superleggera V4 โลดแล่นอยู่บนถนนเมืองไทยอย่างแน่นอน

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook